วันที่ 22/7/2555
ช่วงนี้อยู่ในช่วงพักผ่อน
ผมถามกับตัวเองว่าจะทำอะไรต่อไปดีหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่หนักหน่วงจาก
Project กว่าจะผ่านมาได้ยากเย็นจริงๆ ไม่ใช้ว่าทำไม่ได้
แต่มันไม่มีอารมณ์ที่จะทำ สิ่งที่ยากที่สุดคือการชนะจิตในตนเอง ที่ผ่านมาการที่ผมทำอะไรต่อมิอะไรสำเร็จ
มีคนยกย่องและอิจฉาริษยา ไม่ใช่เพราะว่าผมชนะใจตนเองแต่เป็นเพราะว่าผมมีแรงผลัก
มีไฟฝัน มีแรงดันที่มาจากใครคนอื่น เช่นกันเมื่อไร้แรงผลักดันนั้นๆ
ผมกลับทำอะไรด้วยตนเองไม่ได้สิ่งสุดยอดเหล่านั้นกลายเป็นสิ่งสุดแย่ที่ผมสามารถทำได้ในตอนนั้น
ถวินหาความเส็งเคร็งวันละหลายๆ ครั้งในหนึ่งวัน และแล้ววันเวลาผ่านไปเร็วมาก
สองปีกว่า...
เหยดดดด นี่มันสองปีกว่าเลยที่ผมปล่อยชีวิตเรื่อยเปื่อย ไม่แยแสอะไรทั้งนั้น ปรัชญาส้นตีน ทั้งหลายแหล่ตอนที่มีไฟ ตลอดจนคำคมเท่ๆ ที่เคยโพสบนเฟสบุ๊ค หรือ พรบ.ปรองดองแม่งไม่เคยช่วยให้ชีวิตมันดีขึ้นเลย มีแต่สุราพาเพลินและยานอนหลับ
เหยดดดด นี่มันสองปีกว่าเลยที่ผมปล่อยชีวิตเรื่อยเปื่อย ไม่แยแสอะไรทั้งนั้น ปรัชญาส้นตีน ทั้งหลายแหล่ตอนที่มีไฟ ตลอดจนคำคมเท่ๆ ที่เคยโพสบนเฟสบุ๊ค หรือ พรบ.ปรองดองแม่งไม่เคยช่วยให้ชีวิตมันดีขึ้นเลย มีแต่สุราพาเพลินและยานอนหลับ
ประเด็นคือ...ผมผ่านมันมาได้ไงหว่า
อาจเป็นเพราะกาลเวลา “เวลาช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นแต่ไม่ได้ช่วยให้ทุกอย่างเหมือนเดิม” อาจจะจริงเพราะว่าหลายอย่างในชีวิตหลังจากสองปีนั้นเปลี่ยนไปหมด
ทั้งทัศนคติ การดำเนินชีวิต ผมกลายเป็นคนเยือกเย็นขึ้นไม่หุนหันแบบเมื่อก่อน
แต่มันก็มากจนเกือบเฉื่อยชา ตอนนี้ผมก็ได้แต่นั่งคิดว่าจะพักหรือจะลุยต่อ
จะทำอย่างไรกับมันดีนะเห้อ...
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น