สุดท้ายก็ว่างเปล่า

อ่ะนะ...แบบว่าว่าจะเลิกเขียน(ตลอด) แต่ก็เกิดอาการตะหงิดๆ ในความรู้สึกบางประการเกี่ยวกับเรื่องราวเก่าๆ และ ว่าด้วยเรื่องการปล่อยวาง เรื่องของเรื่องมีดังนี้ การใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันของคนสองคนนั้นผมว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แค่มองตากันเกิดถูกใจกัน สารเคมีบางสารในร่างกายหลั่งออกมา เลยเดินไปขอเบอร์ ตกดึกเลยโทรไป ตามด้วยการสานความสัมพันธ์ต่างๆ และจบด้วยการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน แต่สุดท้ายอาจไม่ได้จบด้วยรอยยิ้ม แต่เชื่อหรือไม่... ไม่ว่าจะจบแบบไหน สุดท้ายก็ว่างเปล่า ไม่ว่าลาจาก หรือ ตายจาก เหลือแต่ความรู้สึกที่มันว่างเปล่า มีบ้างที่ทำให้ยิ้ม แต่ก็ยังอ่อนหัดและ ว่างเปล่า และจะว่างเปล่า มากขึ้นเมื่อตายจาก ดูน่าเศร้าใช่มั้ยครับ??? ผมไม่รู้ครับว่าตอนที่คุณสูญเสียใครสักคน เมื่อหลายปีที่ผ่านมา หรือเมื่อเร็วๆ นี้ คุณคงไม่ได้รู้สึกเหมือนว่างเปล่า แต่มันอาจรู้สึกเหมือนใจจะขาด อยากหาเชือกมามัดคอตัวเอง อยากไปให้พ้นๆ... ร้อยแปดความรู้สึกในตอนนั้น เชื่อผมเหอะครับว่าสุดท้ายมันก็ว่างเปล่า มันเป็นเพียงจินตนาการที่คอยกัดกินเราจนถึงวิญญาณเรา ผมใช้ชีวิตแบบนั้นมาเกือบสามปี ถ้าวันไหนรู้สึกว่าจะมีภัยมาถึงตัว เช่น เพื่อนที่กินเหล้าด้วยเมาเหล้าสุดๆ และ อาสาพาผมไปส่งบ้าน ผมจะยินดีมาก ความกลัวตายไม่มีอยู่เลย แต่ก็ยังไม่ถึงขนาดจะกระทำการปลิดชีพ อัตวินิบาตกรรม ตนเอง ดังนั้นถ้าใครอยากตายแล้วอ่านเจอบทความนี้ รบกวนเลยครับ อย่าตายเลย คุณยังไม่รู้ถึงความสวยงาม และความโหดร้ายที่ซ่อนอยู่ในโลก ในคนข้างๆ ในสายเลือด ในDNA  และ ในตัวคุณเอง ให้คุณคิดว่าชีวิตคุณเป็นคณิตศาสตร์ ในส่วนของเรื่องจำนวนจริง ดังนั้นชีวิตคุณอาจมีติดลบบ้าง แต่การเลิกกับใครสักคนนั้นมันไม่ได้ทำให้คุณติดลบครับ อย่างมากคุณก็เหลือศูนย์ซึ่ง 0 จริง หรือ 0 แท้ ผมก็ไม่รู้ แต่คุณสามารถทำชีวิตคุณให้เป็นจำนวนเต็มบวกได้นะครับ (n+) ผมลองพิสูจน์ด้วยตรรกะทางคณิตศาสตร์แล้วครับ ว่ามันเป็นความว่างเปล่าหรือ 0 สำรับตัวผมเอง แลัวชีวิตของคุณหล่ะครับ เป็นจำนวนเต็มบวกหรือจำนวนเต็มลบ

ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม